The Legend of Bride International Magazine: 21st Years Anniversary
ย้อนกลับไปเมื่อ 21 ปีก่อนหลังจากที่ คุณเล็ก วงศ์สว่าง อดีตนักจัดรายการวิทยุผู้โด่งดังเจ้าของรายการวิทยุ I.S. Song Hits ในยุค 60’s ได้ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามจากการผลิตหนังสือเพลงทั้งไทยและสากลใส่คอร์ดกีตาร์เล่มแรกของเมืองไทยอย่าง The Guitar และ I.S. Song Hits ท่านยังไม่หยุดนิ่งที่จะริเริ่มสิ่งใหม่ๆ ท่านจึงบุกเบิกธุรกิจสิ่งพิมพ์อย่างครบวงจรและเริ่มจัดทำหนังสือและนิตยสารในแขนงต่างๆ ครอบคลุมกลุ่มผู้อ่านทุกระดับ แม้กระทั่ง Pocket Book “ศาลาคนเศร้า” หรือนิตยสารด้านแฟชั่นเสื้อผ้าฉบับแรกๆ ของเมืองไทยอย่าง “Teenage Fashion” และ “Star Fashion” ซึ่งประสบความสำเร็จด้วยยอดขายถล่มทลายมากว่า 28 ปี จนแตกหน่อออกมาเป็นนิตยสารที่เจาะกลุ่มแฟชั่นชุดเจ้าสาวอย่าง Bride International Magazine นิตยสารเล่มแรกและเล่มเดียวในเมืองไทยที่รวบรวมแบบชุดเจ้าสาวในรูปแบบของนิตยสาร!! ด้วยคุณภาพระดับเกรด A สี่สีทั้งเล่มและช็อกวงการด้วยขนาดและรูปเล่มใหญ่ถึง 10.5x15 นิ้ว เทียบเท่ากับมาตรฐานโลก
 ถ้าเราไม่ “ริ” แล้วใครจะ “เริ่ม” ถือเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของ คุณเล็ก วงศ์สว่าง เพราะแต่ละไอเดียที่ท่านริเริ่มมักจะถูกลอกเลียนแบบทั้งสิ้น ซึ่ง Bride International Magazine ก็เช่นเดียวกัน ในสมัยนั้นยังไม่มีเล่มไหนที่ตอบโจทย์และความต้องการของแฟชั่นชุดแต่งงานได้ทั้งหมด จะมีให้พบเห็นแค่ในรูปแบบกึ่งตำราเรียนที่ใช้ในสถาบันสอนตัดเย็บและดีไซน์เท่านั้น แถมยังอัดรวมกันในแบบเรียนทั้งชุดกลางวัน กลางคืน และราตรี ดูไม่เต็มตา จากไอเดียเหล่านี้ทำให้ Bride International Magazine ถือกำเนิดขึ้นในปี 1989 เป็นนิตยสารแฟชั่นชุดเจ้าสาวที่รวบรวมแฟชั่นชุดวิวาห์กว่า 100 ชุดจากเหล่าห้องเสื้อ สถาบันสอนตัดเย็บระดับตำนานเอาไว้มากมาย อาทิ โรงเรียนสอนตัดเสื้อกิติยา,งามวิไล,ไพลิน,สรญา,ระพี อีกทั้งยังแสดงแบบโดยดารานักแสดงคิวทองในสมัยนั้นอาทิ รัชนี ศิระเลิศ,สุปราณี เจริญผล, นาตยา แดงบุหงา, ปภัสรา ชุตานุพงษ์, นาตาชา คอฟแมน, ภัสสร บุญยเกียรติ และอีกมากมาย นอกจากนั้น Bride International ยังสร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการนิตยสารและสิ่งพิมพ์ด้วยไซส์ใหญ่ยักษ์เทียบเท่ามาตรฐานสากลโลกถึง 10.5x15 นิ้ว เรียกได้ว่าเห็นชุดอย่างชัดเจนและเต็มตาแถมยังรูปเล่มสวยงามปกแข็งสี่สีทั้งเล่มแต่ราคาเพียง 180 บาทเท่านั้น (ราคาเมืองนอกเทียบเงินไทยราว 2,000 บาท) เรียกได้ว่าเป็นเล่มเดียวในโลกก็ว่าได้ที่กล้าทำด้วยคุณภาพงานพิมพ์และฝีมือการถ่ายภาพที่ประณีตแต่ขายในราคาไม่ถึง 200 บาท !!
Bride International ฉบับปฐมฤกษ์วางแผงเพียงไม่นานเสียงตอบรับและ Feedback ที่กลับมานั้นเกินความคาดหมาย ทั้งจากกลุ่มผู้อ่านที่เป็นนักเรียนในสถาบันสอนตัดเย็บเองหรือว่าที่เจ้าสาวที่กำลังมองหาแบบชุดตลอดจนแบรนด์เครื่องสำอางและสินค้าที่เกี่ยวกับ Wedding & Design ต่างต้องการหนังสือเล่มนี้เพื่อไปใช้ประโยชน์ในไลน์ของตนทั้งนั้น จนทำให้นิตยสาร Bride International ขาดตลาด ต้องสั่งพิมพ์เพิ่มขึ้นและ Re-Print หลายต่อหลายครั้งเป็นแสนๆ เล่ม ความสำเร็จในครั้งนี้ Bride International ถูกยกย่องให้เป็นนิตยสารฉบับแรกในเมืองไทยที่ตอบโจทย์ความต้องการของแฟชั่นชุดเจ้าสาวเป็นรายแรก
หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมาก Bride International ในฉบับต่อมาก็ยังได้รับการตอบรับที่ดีและทวีคูณมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้สถาบันแฟชั่นต่างๆ ต้องการลงปกและแฟชั่นเซ็ตกันมาก ทำให้เป็นที่หนักใจของทีมงานจนกระทั่งต้องใช้วิธีจับฉลากแบ่งเซ็ตปกและลำดับแฟชั่นเซ็ตในกันเลยทีเดียว จากจุดนี้เองทำให้ Bride International ถูกก๊อปปี้แบบตามกันมาอย่างหน้าต่อหน้าจนแทบจะแยกกันไม่ออกว่าเล่มไหนคือของแท้และเล่มไหนคือ Bride International ของจริง เพราะทุกสำนักพิมพ์ใช้ชื่อ Bride เหมือนกันหมด แต่เปลี่ยนตรงช่วงหลังเป็นคำอื่นจนมี Bride อีกสารพัด แต่ถ้าของจริงต้องมีคำว่า International และอีกอย่างคือไซส์และขนาดของนิตยสารที่ยังไม่มีใครกล้าเลียนแบบ ซึ่งข้อเสียอย่างหนึ่งในสมัยนั้นคือไม่มีการคุ้มครองสิทธิทางปัญญากันอย่างจริงจังและ Bride เป็นคำเฉพาะที่ไม่สามารถจดลิขสิทธิ์ได้ จึงทำให้ผู้อ่านสับสนกันพอสมควร แต่ Bride International ก็ยังสามารถยืนหยัดอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้ ซึ่งท่านกล่าวว่า “ตอนนั้นอุปสรรคใหญ่ๆ อย่างมีคนลอกเลียนแบบเรา ไม่ได้ทำให้เราตกใจกลัว เพราะเราคิดว่าเรามีความสามารถและฝีมือมากพอตัวที่จะทำให้ครองใจและตลาดได้ แต่เรากลัวว่าคนอ่านจะสับสนมากกว่า เราจึงทำจดหมายชี้แจงขึ้นส่งไปยังโรงเรียนทุกสถาบันองค์กรเพื่อแจ้งให้รู้ว่าเราคือของแท้ และตอนนี้มีคนทำเลียนแบบอยู่หลายเล่ม เพื่อไม่ให้ลูกค้าสับสนได้เราได้แจ้งกำหนดวางแผงในแต่ละปีให้ลูกค้าทราบว่ามีกำหนดออกเมื่อไหร่ หากท่านใดสนใจลงแฟชั่นเซ็ตในเล่มก็ติดต่อมาได้โดยตรง ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดีเหมือนเดิมเพราะเขารู้แล้วว่าเราคือ “ของแท้” และ “ของจริง” ต้องมีคำว่า Bride International ต่อท้ายเสมอ ถือเป็นอุปสรรคใหญ่ที่เราก็สามารถผ่านมันไปได้จนถึงวันนี้กว่า 21 ปีแล้ว”
คุณเล็ก ยังกล่าวถึงความสำเร็จของ Bride International ที่เป็นส่วนหนึ่งของผู้นำเทรนด์แฟชั่นและเป็นนิตยสารที่ขายดีที่สุดในสมัยนั้นว่า “ยุคนั้นวงการแฟชั่นกำลังเฟื่องฟูและเศรษฐกิจทั่วโลกกำลังเติบโต โดยเฉพาะวงการแฟชั่นเสื้อผ้ามีการเจริญเติบโตอย่างมาก เพราะมีการส่งออกไปยังต่างประเทศ ยิ่งถ้าเป็นชุดเจ้าสาวหลายคนอาจจะไม่รู้ว่าห้องเสื้อกิติยา เป็นสถาบันตัดเย็บชุดวิวาห์ที่ส่งออกมากที่สุด ตัดเย็บด้วยมือด้วยนะเพราะไม่มีโรงงาน รับออเดอร์ มาจากซาอุดิอาระเบีย บรูไน คูเวต ท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมชาวอาหรับต้องการชุดเจ้าสาวไปทำอะไรเพราะมักจะคลุมหน้าออกนอกบ้านเสมอ ท่านอาจจะหัวเราะได้ แต่เรื่องจริงที่บางทีท่านอาจจะไม่เคยทราบว่าพวกนี้สั่งชุดวิวาห์ไปเพราะต้องการใส่ชุดสวยๆ เวลาอยู่ในบ้านทำกับข้าวไป ทำงานบ้านไป แต่ใส่ชุดวิวาห์ราคา 7,000-8,000 บาท (ประมาณ 10,000-20,000 บาท ในสมัยนี้) เพราะเขาร่ำรวยมากเพราะเป็นเจ้าของบ่อน้ำมัน บางทีสั่งไปให้คนใช้ในบ้านใส่บ้าง ซึ่งมันคือเรื่องจริง วงการแฟชั่นในไทยสมัยนั้นเฟื่องฟูขนาดที่ว่าคอลเล็กชั่นใหม่ออกมามียอดสั่งจองกันเป็นพันเป็นหมื่นจนทำกันไม่ไหวแม้กระทั่งชุดวิวาห์เอง เสื้อผ้าสำเร็จรูปก็ได้ความนิยมอย่างห้องเสื้อ Fly Now ก็เป็นเจ้าแรกๆ ที่ส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูปและยังยืนหยัดอยู่ถึงปัจจุบัน ตอนนั้นเราก็ทำนิตยสารที่รวบรวมทั้งชุดวิวาห์ (Bride International) และเสื้อผ้าชุดทำงาน (Star Fashion & Star Working Style) ส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ให้เขาออเดอร์เสื้อผ้าไทยกลับมา ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาลทั้งเสื้อผ้าและนิตยสารจากฝีมือคนไทย เพราะเราไม่ขายในราคาแพงถือว่าถูกมากๆ ถ้าเทียบกับของเมืองนอก เราไม่หวังผลกำไรแต่เราเน้นปริมาณมากและคุณภาพก็ดีเกินราคา ถือว่าเป็นเล่มแรกและเล่มเดียวในโลกก็ว่าได้ที่กล้าทำในไซส์ยักษ์ขนาดนี้ แต่ราคาถูกเหลือเชื่อ”
  หลังจากนั้น 10 ปีให้หลัง ธุรกิจในไลน์ของ Wedding แปรเปลี่ยนไปเป็นในรูปแบบ Wedding Studio กันมากขึ้นและเฟื่องฟูถึงขีดสุดเมื่อมีการรับจัดงานแต่งงานพร้อมให้เช่าชุดวิวาห์และถ่ายภาพเป็น Wedding Package อย่างครบวงจร ทำให้ค่านิยมในการตัดเย็บชุดวิวาห์น้อยลง Wedding Studio ได้รับความนิยมมากขึ้นเมื่อถึงยุคดิจิตอล ความคึกคักของกระแสการเงินและธุรกิจการแต่งงานทำให้หลายสำนักพิมพ์หันมาทำนิตยสารที่เกี่ยวกับเจ้าสาวผุดขึ้นมามากมายตามกระแสทั้ง Pocket Book และนิตยสารในกลุ่มเจ้าสาวหัวใหม่อีกหลายหัว ทำให้ Market Share ทางการตลาดเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยุคสมัยและเทคโนโลยีแปรเปลี่ยนไปตามสภาวการณ์ทางสังคมวัตถุนิยมและค่านิยม ทำให้นิตยสาร Bride International ถูกส่งต่อให้กับทายาทนักบริหารเลือดใหม่ไฟแรง คุณบุ๋ม-ปิยะวรรณ วงศ์สว่าง นั่งแท่น บรรณาธิการบริหาร แทนคุณพ่อ เท่ากับว่า Bride International เข้าสู่ยุคที่สองของการเติบโตแต่ยังคงเข้มข้นในเรื่องของเนื้อหาสาระและแฟชั่นที่ทันสมัย รูปลักษณ์สวยงามดูอินเตอร์มากขึ้น เพราะคุณปิยะวรรณ มีวิสัยทัศน์ที่สดใหม่ตามยุค Digital อีกทั้งยังนำความรู้ด้านการบริหารมาพัฒนาปรับเปลี่ยนรูปเล่มอยู่เสมอและเพิ่มเนื้อหาสาระด้วย Contents ที่หนักแน่นขึ้นครอบคลุมเรื่องความสวยความงามตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเพราะเราคือผู้นำด้านนิตยสารผมและความงามมากว่า 30 ปีเพื่อว่าที่เจ้าสาวจะได้สวยอย่างสมบูรณ์แบบ อีกทั้งแฟชั่นชุดเจ้าสาวก็สวยโดดเด่นหลากสไตล์ ตลอดจนสารพันความงามจากกูรูผู้เชี่ยวชาญหลากหลายด้านที่มีประโยชน์ ในขณะที่คู่แข่งยังคงตามแบบเราจากเมื่อก่อนที่เนื้อหาหนักไปทางด้าน Wedding Studio มีการสัมภาษณ์คู่รัก และเน้นไปทางวาไรตี้ ไม่ได้เน้นที่เสื้อผ้าหน้าผมเหมือนเรา จนตอนนี้หันมาตามแบบเรากันหมด ซึ่ง Bride International ยังคงเป็นตัวของตัวเองตั้งแต่แรกและมุ่งพัฒนาให้เป็นนิตยสารคู่มือของว่าที่เจ้าสาวอย่างแท้จริงทำให้ลุคใหม่ของ Bride International ในยุค New Generation โดดเด่นและสวยงามดั่งสาวแรกแย้มในวัย 16 ปี (หน้าปกศรีริต้า เจนเซ่น) สวยยิ่งขึ้นและสมบูรณ์แบบในวัย 17 ปี (หน้าปกซาร่า มาลากุล ณ อยุธยา) และเจริญเติบโตขึ้นอย่างงดงามจนถึงปัจจุบันในวัยเต็มสาว 20 ปี
  จากวันนั้นจนถึงวันนี้กว่า 20 ปีแล้วที่ Bride International ได้รับการยอมรับและเป็นผู้นำด้านนิตยสารแฟชั่นชุดวิวาห์ที่ยังคงคอนเซ็ปต์ด้วยการนำดารานางแบบยอดนิยมกว่า 10 ท่านมาเป็นผู้แสดงแบบทั้งเล่ม อีกทั้งยังอลังการงานสร้างด้วยการรวบรวมแบบชุดเจ้าสาวจากสถาบันและห้องเสื้อชุดวิวาห์ระดับแถวหน้ากว่า 150 ชุดมาเพิ่มเติมศักยภาพให้วงการแฟชั่นชุดวิวาห์เป็นที่ประจักษ์ อีกทั้งยังอัดแน่นไปด้วยเนื้อหาสาระและความรู้เกี่ยวกับ “ว่าที่เจ้าสาว” ครบครันด้วยสารพันความงามในรูปเล่มที่ทันสมัย และตีพิมพ์ถึงสองภาษา “ไทยและอังกฤษ ตรงจุดนี้เองที่ทำให้ Bride International ยืนหยัดอยู่คู่กับวงการแฟชั่นชุดวิวาห์มากว่า 20 ปีและจะก้าวสู่ปีต่อๆ ไปด้วยภาพลักษณ์ที่งามสง่ามากยิ่งขึ้น เตรียมพบกับนิตยสาร Bride International โฉมใหม่ได้ต้นปีหน้า รับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวังกับการปรับเปลี่ยนโฉมครั้งสำคัญของ Bride International ในรูปแบบนิตยสารราย 3 เดือนเต็มตัว พร้อมกับงานเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 21 ปีเพื่อให้สมกับการก้าวเข้าสู่วัยเต็มสาวของ Bride International Magazine “21st Years Anniversary” แล้วคุณจะรู้ว่า Bride International คือผู้นำด้านแฟชั่นชุดวิวาห์อย่างแท้จริง
|